ฉนวนกันเสียงวัสดุช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก

ฉนวนกันเสียงวัสดุช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ใครที่อาศัยอยู่คอนโดมิเนียม หรือบ้านพักอาศัยที่อยู่ติดถนนใหญ่ หรือในแหล่งชุมชน คงต้องพบเจอกับปัญหาเรื่องเสียงดังรบกวนเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากข้างห้อง หรือเสียงจากรถราที่วิ่งไปมา ฉนวนกันเสียงจึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเราแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้นั่นเอง

เพราะปัญหามลภาวะทางเสียง มันใช่ปัญหาเล็ก ๆ ที่เราจะมองข้ามไปได้ เพราะหากต้องพบเจอนานเข้าจะพาให้เรานอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิทำงาน หรือหนักเข้ากลายเป็นโรคเครียดไปได้เช่นกัน จริง ๆ แล้วฉนวนกันเสียงมีใช้งานกันมานาน แต่เมื่อก่อนมักจะใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้องประชุม ห้องส่งวิทยุ ห้องส่งโทรทัศน์ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ หรือใช้ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ปัจจุบันได้มีการออกแบบพัฒนามาให้ใช้งานกับบ้านพักอาศัยได้สะดวกมากขึ้น ตอบโจทย์เรื่องเสียงรบกวนจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักประโยชน์ของวัสดุกันเสียงว่าคืออะไร ใช้งานแบบไหน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับวัสดุกันเสียงชนิดต่าง ๆ ว่ามีแบบไหนบ้างที่นิยมใช้งาน และคุณสมบัติแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร เพื่อจะเลือกมาใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะกับบ้านของเรารู้จักกับ ฉนวนกันเสียง ก่อนที่จะออกแบบตกแต่ง วัสดุช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ให้กับบ้านพักและที่พักอาศัย คืนความสุขให้กับการพักผ่อนของเราอย่างแท้จริง

หลักๆเลยนั้น เสียงที่จากกิจกรรมภายในโรงงานที่ทะลุผ่านเข้ามาภายในออฟฟิต จะประกอบด้วยเสียง 4 ส่วนหลักๆ คือ

1. เสียงทะลุผ่านผนัง คือเสียงที่เดินทางทะลุผ่านผนังตรงๆ เข้ามายังภายในห้องสำนักงาน เกิดจากผนังเป็นผนังแบบก่ออิฐมวลเบาน้ำหนักน้อย หรือ ผนังสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบา หรือ ผนังเบาที่ไม่ได้ติดตั้งฉนวนกันเสียง จะมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงที่น้อย เสียงจากภายนอกจึงทะลุเข้ามาได้มาก โดยวิธีการปรับปรุง เราจะทำการติดตั้งระบบผนังเบาเพิ่มเติมอีกชั้นด้านในห้อง โดยมีการกรุฉนวนป้องกันเสียง เช่น ฉนวนกันเสียง ISONOISE และปิดด้วยแผ่นยิปซั่ม 12 มม 2 – 3 ชั้น เพิ่มเติม เพื่อให้ผนังมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2. เสียงทะลุผ่านประตู หน้าต่าง ที่อยู่ภายในออฟฟิต โดยเฉพาะหน้าต่าง ประตูบานเลื่อน จะมีรอยรั่วตามขอบบานกับวงกบค่อนข้างเยอะ เสียงจะทะลุผ่านไปได้ดีมากๆ โดยจากการทดลองวัดเสียง ประตูบานเลื่อน จะกันเสียงได้แค่ 5-10 เดซิเบลเท่านั้น ซึ่งไม่พอแน่ๆครับ จากที่เคยวัดระดับเสียงดังในโรงงานที่เสียงค่อนข้างดัง จะมีค่าระดับเสียงอยู่ที่ประมาณ 85-100 เดซิเบล ซึ่ง เสียงยังทะลุเข้ามาในห้องได้ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นวิธีการแก้ไขเราจึงนิยมติดตั้งระบบหน้าต่างที่มีคุณสมบัติป้องกันเสียงได้ดี โดยรูปแบบหน้าต่างหรือประตู จะเป็นแบบ บานสวิง หรือบานตาย ซึ่งเปิดไม่ได้เลย ซึ่งเป็นระบบที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงที่ดีครับ ​

3. เสียงทะลุผ่านฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานภายในโรงงานนนั้นส่วนใหญ่จะเป็นฝ้าทีบาร์ หรือฝ้าฉาบเรียบชั้นเดียว และมีการเจาะช่องดาวไลต์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนที่มีพื้นที่ใหญ่มาก ที่เสียงรบกวนจะเดินทางเข้ามายังภายในห้องออฟฟิตสำนักงานได้เป็นปริมาณมาก เสียงรบกวนสามารถเดินทางผ่านรูเจาะของช่องดาวไลต์ลงมาแล้วทะลุผ่านฝ้าฉาบเรียบหรือตามรอยต่อของฝ้าทีบาร์

จากประสบการณ์ของวิศวกรนั้น โดยส่วนใหญ่เสียงที่มาจากฝ้าเพดาน ถือเป็นสาเหตุหลักของที่ทำให้เสียงรบกวนเข้ามายังภายในห้องได้มากที่สุดอีกด้วย โดยวิธีการแก้ไข ทำได้โดยการถูกลวดจากโครงหลังคาและเจาะร้อยทะลุฝ้าเดิมของห้องลงมา เพื่อทำการผูกโครงฝ้าฉาบเรียบใหม่อีกชั้นใต้ฝ้าเดิม ทำการกรุฉนวนกันเสียง ISO NOISE ระหว่างฝ้าชั้นแรกและฝ้าชั้นที่สอง หลังจากนั้นให้ทำการจึงทำการยิงแผ่นฝ้ายิปซั่มความหนา 12 มม 2 ชั้น ทำการโป้วฉาบเพื่อป้องกันรอยรั่วของอากาศตามรอยต่อ สิ่งสำคัญที่สุดคือ โคมไฟที่ฝ้าเพดานจะต้องประยุกต์มาใช้โคมไฟแบบติดตั้งลอยตัว ห้ามเจาะฝังเข้าไปในฝ้า เพราะจะทำให้เสียงทะลุผ่านไปได้ เท่ากับว่าหากเราเจาะรูที่ฝ้าเพดาน ระบบฝ้ากันเสียงที่พยายามทำก็จะสูญเปล่าโดยทันที

4. เพิ่มเติมในกรณีของการปรับปรุงระบบผนัง ประตูหน้าต่าง และฝ้าเพดานกันเสียงนั้น ส่วนใหญ่ภายในห้องสำนักงานจะมีเสียงก้อง จึงแนะนำให้ทำการติดตั้งแผ่นดูดซับเสียงแบบทากาวติดบนฝ้าเพดานฉาบเรียบ M board ให้เต็มพื้นที่ฝ้าเพดาน ซึ่งจะช่วยดูดซับเสียงก้องสะท้อนภายในออฟฟิต จะยิ่งช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในห้องออฟฟิตสำนักงานเหมาะสมในการทำงานที่จะต้องใช้สมาธิหรือการพูดคุยสื่อสาร ได้อย่างดีเยี่ยมครับ

This entry was posted in News.